Login | Register

อยากเก่งภาษาอังกฤษ ทำอย่างไร

จะทำอย่างไรเมื่อต้องการหาสามีต่างชาติ แต่เรากลับพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ซ่ะงั้น??? เป็นเรื่องยากสำหรับสาวๆหลายคนที่ไม่มีโอกาศ เรียนจบสูงๆ เลยทำให้เรื่องภาษาอังกฤษเป็นเรื่องที่ยากที่สุด และคำถามที่พบมากที่สุดคือ อยากได้สามีต่างชาติแต่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ทำไงดี???  เลยทำให้หลายคนหมดหวัง เพราะเรื่องการสื่อสารนี่เอง แต่อาจไม่ใช่กับทุกคน บางคนพอเข้าใจแต่ไม่กล้าพูด ไม่กล้าออกเสียงให้ถูกต้อง อาจเป็นเพราะอาย ที่จะออกเสียงชัดเจน เพราะภาษาอังกฤษนั้นต้องออกเสียงให้ชัดเจน ถ้าออกเสียงไม่ชัดเจน จะทำให้ไม่มีความหมายหรือความหมายเปลี่ยนไป เช่นเดียวกับภาษาไทย เมื่อชาวต่างชาติพูดไทย แน่นอนสำเนียงจะแปลกๆ แต่เรามักจะหัวเราะเพราะ เห็นว่าเป็นเรื่องตลก พอมองย้อนกลับกันชาวต่างชาติไม่หัวเราะเราเมื่อเราพูดไม่ถูกต้อง เค้าพยายามที่จะเข้าใจเราเช่นเดียวกัน

เก่งภาษาอังกฤษไม่ยาก

หลักการในการเริ่มต้นพูดภาษาอังกฤษ  นั้น จะต้องเริ่มมาจากสิ่งต่อไปนี้

1.  ความมั่นใจในการพูด    หากคุณมีเด็กเล็ก..น้องๆ หรือหลานๆ ในบ้านคุณ  คุณจะเห็นได้ชัดว่าแม้แต่เด็กเล็กยังต้องการความมั่นใจในการเริ่มต้นพูด  เขาจะฟังคุณแม่ที่คอยกระตุ้นให้เขาพูด  แต่ยังไม่ยอมพูดจนกว่าเขาจะมั่นใจว่า  สิ่งที่คุณแม่สอนนั้น เขาเข้าใจได้ถูกต้อง เช่น ชี้คุณพ่อได้ถูกต้อง เมื่อคุณแม่ถามว่าคุณพ่ออยู่ไหน เป็นการทดสอบก่อนว่าสิ่งที่ได้ฟังมานั้นเข้าใจถูกหรือไม่ หากได้รับคำชมจากคุณแม่ หลังจากนั้นไม่นานคุณจะพบว่าเขาจะเริ่มเรียก “พ่อ” ตามสำเนียงของเขาได้  นั่นคือ ประสบการณ์ของเขาสอนให้เขารู้ว่า หากเขามีความมั่นใจแล้วและพูดออกมาได้ถูกต้อง เขาจะได้รับคำชม

ในทางกลับกัน  หากเขาพูดผิด และผู้ใหญ่หัวเราะด้วยความเอ็นดู แต่เมื่อเด็กรู้สึกอายแล้ว สมองก็จะสั่งไม่ให้เขาพูด เขาก็จะไม่ยอมพูดออกมาจนกว่าจะมีความมั่นใจอีกครั้ง ดังนั้นคุณไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมจิตใต้สำนึกของเราจึงสั่งให้เราเดินหนีฝรั่ง เมื่อเราไม่มั่นใจ เราจึงควรสร้างความมั่นใจด้วยการฝึกฝนเองหรือให้ครูที่มีประสบการณ์ในการสอน หรือมีจิตวิทยาในการสอน มาช่วยสอนภาษาอังกฤษให้

2.  ความรู้ในสิ่งที่เราจะพูด  สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ  หากเราสามารถพูดได้ แต่ไม่มีความรู้ในสิ่งที่เขากำลังคุยกันอยู่  เราก็ใบ้ได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรอ่านหนังสือที่เป็นความรู้รอบตัว หรือหากเรามีความจำเป็นที่จะต้องพูดภาษาอังกฤษเรา ก็ควรจะหาข้อมูล เกี่ยวกับสิ่งนั้น ที่เป็นภาษาอังกฤษ แล้วเตรียมดูคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้อง หรือหาครูภาษาอังกฤษมาช่วยสอนให้  เป็นการเตรียมการเพิ่มเติมความรู้ในสิ่งที่เราอาจจะต้องพูด

3.  การใช้คำที่เหมาะสม  หากคุณเคยพูดภาษาอังกฤษเล่นๆกับเพื่อน พูดถูกบ้างผิดบ้าง  เพื่อนก็เข้าใจคุณ  และคุณก็ไม่ได้ศึกษาว่าคำภาษาอังกฤษคำนี้เหมาะสมหรือไม่  หาก จะใช้กับแขกต่างประเทศหรือใช้ในที่ทำงาน  ถึงเวลาที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการ  คุณก็ใบ้ได้อีกเช่นกันว่าเราควรจะพูดประโยคนี้ดีหรือไม่ เหมาะสมหรือเปล่า เป็นภาษาที่เขาใช้ในสังคมหรือไม่

images

วิธีการฝึก ฟังภาษาอังกฤษ ให้ได้ผลเร็ว มีเทคนิค ดังนี้

1.  สำหรับคนไม่มีพื้นฐานเลย ตั้งแต่ A –Z  ควรเริ่มจากพื้นฐานก่อน หัดท่อง เขียน จากนั้น ก็เริ่มไปที่ตัวสระ a e i o u  จำตัวสระต่างๆให้แม่นยำ จะช่วยทำให้คุณออกเสียงได้ถูกต้อง แนะนำว่าต้องหาหนังสือสำหรับเด็กประถมหรือมัธยม ที่สอนเรื่อง  Grammar หรือ ไวยากรณ์ จะทำให้คุณอ่านเข้าใจมากกว่า เหมือนเริ่มใหม่เรียนตั้งแต่อนุบาลไปจนถึงระดับสูงสุดเลย พยายามท่องจำ และมั่นใช้พูดบ่อยๆ ให้เกิดความเคยชิน

2.  ฝึกฟังจากเทป ดูหนังที่เป็นภาษาอังกฤษ และมีซับไทยให้ด้วย หรือลองฟังเพลงสากล และร้องตาม จะช่วยในเรื่องการฝึกพูดของเราได้ดีอีกด้วย บทสนทนาภาษาอังกฤษ ซึ่งบทสนทนานั้นจะต้องพูดด้วยความเร็วปกติที่ชาวต่างชาติพูด   อย่าฝึกฟังจากเทปที่พูดช้ากว่าการพูดปกติของเขา เนื่องจากจะทำให้เราเคยชินกับการฟังภาษาอังกฤษ แบบที่พูดช้าๆ และเมื่อเจอชาวต่างชาติที่พูดด้วยอัตราความเร็วปกติ เราก็ไม่เข้าใจเช่นเดิม

3.  การฝึกฟังครั้งแรกๆ ควรเริ่มฟัง ครั้งละ  5 – 10 ประโยค (อย่าฟังประโยคเยอะเกินไปจนไม่สามารถจะจำประโยคเหล่านั้นได้)

4.  ขณะที่ฝึก ฟังภาษาอังกฤษ ต้องมี Script เสมอ

5.  ในการฝึกฟังแต่ละครั้ง ต้องฟังให้ได้อย่างน้อย 4 รอบ คือ

–  รอบที่ 1 ฟังพร้อม Script และหากเห็นว่าคำใดที่เราเคยออกเสียงไม่เหมือนเขา หรือ เราฟังไม่รู้เรื่องแม้จะมี Script  ให้หยุดเทป แล้วจดลงในScript ว่า เสียงที่เราได้ยิน นั้นคืออะไร

–  รอบที่ 2 และ 3 ออกเสียงตาม

–  รอบที่ 4, 5, 6, ….. ลองฟังแบบหลับตา โดยไม่มี Script

6.  ช่วงแรก ขอให้ฝึกฟังประโยคเดิมๆ ด้วยวิธีข้างต้น สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง (ฝึกทุกวันได้ยิ่งดี) แล้วจึงค่อยๆเพิ่มจำนวนประโยคให้มากขึ้นเป็น 15-20 ประโยค ต่อการฝึกฟังแต่ละครั้งหากทำวิธีดังกล่าวข้างต้นอย่างสม่ำเสมอ เพียงเดือนเดียว รับรองว่านอกจากจะ ฟังภาษา

อังกฤษ รู้เรื่องแล้ว ยังสามารถ พูดภาษาอังกฤษ ได้โดยไม่รู้ตัวอีกด้วยดังนั้น การพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษ  จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นมากที่สุด   ที่ต้องได้รับการพัฒนาก่อนเป็นอันดับแรก   การฟังมากๆ ซ้ำๆ  นอกจากจะทำให้ทักษะการฟังภาษาอังกฤษดีขึ้นแล้ว  ยังทำให้สามารถพูดได้   เมื่อเราพูดประโยคเหล่านั้นออกมาได้แล้ว   เราก็หลุดออกจากกับดักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษได้แล้ว นั่นแปลว่าเราได้เข้าสู่วงจรของการที่จะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างอัตโนมัติแล้ว

เทคนิคการจำศัพท์

1.  จำศัพท์เป็นกลุ่ม   วิธีที่จะจำศัพท์ได้ง่าย  คุณควรจะต้องจำเป็นกลุ่มคำที่มีความหมายเหมือนกัน  และกลุ่มคำที่มีความหมายตรงกันข้ามกัน

2จำศัพท์และวาดภาพคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกัน ถ้าคุณสามารถวาดภาพของคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกัน  ออกมาเป็นแผนผังหรือจัดหมวดหมู่   ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันระหว่างศัพท์เหล่านั้น  แล้วเขียนออกมาเป็นแผนผัง จะทำให้คุณจำคำศัพท์ได้ง่ายขึ้น

3.  ใช้อุปกรณ์ช่วย  คุณอาจทำบัตรคำศัพท์ภาษาอังกฤษ พร้อมความหมาย และตัวอย่างประโยค แล้วนำมาเปิดอ่านหรือท่องในยามว่าง และเพิ่มคำศัพท์เหล่านั้นทุกสัปดาห์  คุณก็จะมีสต๊อคคำศัพท์ที่สามารถนำมาใช้ได้ทันที

4.  สร้างจุดเด่นของลักษณะคำศัพท์กลุ่มนั้น    เช่น เมื่อกำหนดกลุ่มคำศัพท์ได้แล้วว่า  กลุ่มที่หนึ่งคือกลุ่มคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน  คุณก็กำหนดให้กลุ่มนั้นเป็นสีฟ้า  (คำศัพท์เหล่านั้นก็จะใช้ปากกาเน้นข้อความสีฟ้า เน้นทับไปที่กลุ่มคำเหล่านั้น),  กลุ่มที่สองคือกลุ่มคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องอวัยวะหรือส่วนต่างๆในร่างกาย   คุณก็กำหนดให้กลุ่มนั้นมีสีเหลือง (คำศัพท์เหล่านั้นก็จะใช้ปากกาเน้นข้อความสีเหลือง เน้นทับไปที่กลุ่มคำเหล่านั้น) เป็นต้น  ซึ่งสีที่แตกต่างกัน จะทำให้จำคำศัพท์เหล่านั้นได้ง่ายขึ้น

5.  ตั้งเป้าหมายอย่างง่ายๆ  แต่ทำอย่างสม่ำเสมอ  คือการตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเปิดคำศัพท์เหล่านั้นทบทวนสัปดาห์ละ 3 ครั้ง และตั้งเป้าว่าจะเพิ่มคำศัพท์ 15-20 คำศัพท์ต่อสัปดาห์ อย่างสม่ำเสมอ

 

คุณจะเห็นว่าหากใช้วิธีข้างต้น  ไม่ยากเลยในการจำคำศัพท์ให้ได้แม่นยำ

 ข้อสำคัญคือ  ต้องจำคำศัพท์พร้อมกับประโยคที่เกี่ยวข้อง  นอกจากนั้น คำศัพท์เดิมต้องรักษาไว้  อยู่ให้ลืม และต้องเพิ่มคำศัพท์ให้ได้อย่างสม่ำเสมอ

untitled (4)

ลองดู แล้วคุณจะพบว่าคุณสามารถพัฒนาการจำคำศัพท์ได้เพิ่มขึ้น และแม่นยำขึ้น

1.เวลาอ่านบทเรียนหรือตำรา ให้อ่านอย่างตั้งใจ แต่ทว่าเราจะไม่อ่านไปเรื่อยๆ คือเราจะหยุดอ่านเมื่อจบย่อหน้าหรือหยุดเมื่ออ่านไปได้พอสมควรแล้ว

2.จากนั้นให้ปิดหนังสือ! แล้ว ลองอธิบายสิ่งที่ตนเองได้อ่านมาให้ตัวเองฟังคือ เราสามารถอธิบายให้ตัวเองฟังด้วยภาษาสำนวนของเราเอง ฟังแล้วเข้าใจหรือเปล่า หากเราสามารถอธิบายให้ตัวเองฟังรู้เรื่อง แสดงว่าเราเข้าใจแล้ว ให้อ่านต่อไปได้

3. หากตอนใดเราอ่านแล้ว แต่ไม่สามารถอธิบายให้ตัวเองรู้เรื่อง แสดงว่ายังไม่เข้าใจ ให้กลับไปอ่านทบทวนใหม่อีกครั้ง

4. หากเราพยายามอ่านหลายรอบแล้ว แต่ยังไม่เข้าใจจริงๆให้จดโน้ตไว้เพื่อนำไปถามอาจารย์ จากนั้นให้อ่านต่อไป

5. ข้อมูลบางอย่างในตำราจำเป็นที่จะต้องท่องจำ เช่น ตัวเลข สถิติ ชื่อสถานที่ บุคคล หรือ สูตรต่างๆ ฯลฯ ก็ควรท่องจำไว้ด้วย เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจ ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

6. การเรียนด้วยวิธีท่องจำ โดยปราศจากความเข้าใจ เรียนไปก็ลืมไป สูญเสียเวลาเปล่าประโยชน์

7. การเรียนที่เน้นแต่ความเข้าใจ โดยไม่ยอมท่องจำ ก็จะทำให้เราเข้าใจเรื่องต่างๆไม่ชัดเจน คลุมเครือ

8. ดังนั้นควรมีเทคนิคง่ายๆ สั้นๆ ดังต่อไปนี้

ก.ให้อ่านหนังสือ สลับกับ การอธิบายให้ตัวเองฟัง

ข.ให้ท่องจำเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต้องจำจริงๆ เช่น ตัวเลข ชื่อเฉพาะต่างๆ

อ่านหนังสือด้วยวิธีการนี้จะทำให้เราเข้าใจบทเรียนได้ทั้งเล่ม ไม่ลืมเลย……


Related Posts:




Related Posts:



No comments yet.

ใส่ความเห็น